English
ภาษาไทย
ในช่วงนี้หลายคนที่ติดตามตลาดทองคงสังเกตได้ว่า ราคาทองรูปพรรณมีความผันผวนค่อนข้างแรง บางวันปรับขึ้นเร็ว บางช่วงกลับย่อตัวลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้ทั้งคนที่อยากซื้อทองใส่ คนออมทอง และนักลงทุน เริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดทอง และควรรับมืออย่างไรดี วันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 สาเหตุหลักกันค่ะ
1. สถานการณ์โลกที่อ่อนไหว
ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อไหร่ก็ตามที่โลกเกิดความตึงเครียด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะสงคราม หรือแม้แต่การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) นักลงทุนทั่วโลกจะเทเม็ดเงินเข้าหรือออกจากตลาดทองคำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฐานราคาทองคำโลกสวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงแบบวันต่อวัน
2. ค่าเงินบาท ตัวแปรสำคัญของคนไทย
นี่คือปัจจัยที่ทำให้ราคาทองรูปพรรณ ในบ้านเราผันผวนหนักขึ้นไปอีกระดับ! เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าทองคำโดยซื้อขายผ่านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากช่วงไหนค่าเงินบาท "อ่อนค่า" (ใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลก 1 ดอลลาร์) ราคาทองในประเทศจะพุ่งสูงปรี๊ดทันที ในทางกลับกัน แม้ราคาทองโลกจะขึ้นทุบสถิติ แต่ถ้าช่วงนั้นเงินบาทไทยเกิด "แข็งค่า" ขึ้นมา ก็จะช่วยกดราคาทองในไทยไม่ให้แพงจนเกินไปได้ค่ะ
3. ส่วนต่างจาก "ค่ากำเหน็จ" และความต้องการของตลาด
ต้องไม่ลืมว่าราคาทองรูปพรรณ นั้นมีความแตกต่างจากทองคำแท่ง เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าค่ากำเหน็จ บวกรวมอยู่ด้วย ในช่วงที่ราคาทองผันผวนหนักจนคนแห่ไปซื้อหรือขายหน้าร้านจนหมดสต็อก กลไกความต้องการอาจทำให้ร้านทองบางแห่งปรับโปรโมชั่นค่ากำเหน็จ ทำให้ราคาเบ็ดเสร็จที่คุณต้องจ่ายจริงแกว่งตามไปด้วย
แล้วควรรับมือกับราคาที่ผันผวนอย่างไรดี?
ทริคที่ดีที่สุดคือการตั้งราคาเป้าหมายในใจค่ะ หากซื้อเพื่อสวมใส่สวยงาม ให้หาจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาในจุดที่งบเราไหวแล้วตัดสินใจซื้อเลย แต่หากเน้นซื้อเพื่อเก็งกำไร แนะนำให้ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจค่ะ